มารู้จักกับเกาะบริติช เวอร์จินกัน เส้นทางการฟอกเงิน ซุกซ่อนความมั่งคั่ง หนีภาษี

April 5, 2016 Comments Off on มารู้จักกับเกาะบริติช เวอร์จินกัน เส้นทางการฟอกเงิน ซุกซ่อนความมั่งคั่ง หนีภาษี

7048British Virgin Island เป็นหมู่เกาะในทะเลแคริบเบียน มีเกาะน้อยใหญ่รวมกันได้ประมาณ 50 เกาะ มีเนื้อที่รวมกันทั้งหมดได้เพียง 155 ตารางกิโลเมตร ประชากรทั้งหมู่เกาะมีอยู่ประมาณ 21,000 คน

ผู้คนทั้งหมู่เกาะ 21,000 คน นี่มีอาชีพทางการประมงและการท่องเที่ยว เดิมจึงเป็นดินแดนที่ยากจนข้นแค้นพอสมควร คณะปกครอง BVI จึงคิดหาสตางค์จากนักธุรกิจที่ต้องการเลี่ยงการปฏิบัติยุ่งยากและปรารถนาเลี่ยงภาษี ไม่อยากจะเสียภาษีโน่นภาษีนี่ให้กับประเทศแม่ หรือประเทศที่ตัวเองทำธุรกิจอยู่ เขียนง่ายๆก็คือ เกาะนี่เหมาะสำหรับพวกที่หากินอยู่ในประเทศหนึ่ง แต่ไม่อยากจะเสียภาษีให้ประเทศนั้น

ผู้บริหารเกาะจนปัญญาหาเงินเข้าดินแดนตัวเองเหมือนดินแดนอื่น จึงหาเงินจากพวกที่มีแนวความคิดทางโกง ทางหลบๆ เลี่ยงๆ ทั้งหลาย เมื่อ พ.ศ.2527 ผู้บริหารเกาะหัวใสจึงตรากฎหมาย International Business Companies Ordinance หรือ IBC ขึ้น เป็นกฎหมายที่ว่าด้วยการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทของชาวต่างชาติ

จะว่าไปแล้ว บริษัททั้งหลายที่แห่ไปจดทะเบียนที่นี่ ก็เสมือนเป็นบริษัทหลอกๆ เพราะไม่จำเป็นต้องมีพนักงานก็ตั้งได้ การประชุมผู้ถือหุ้นหรือการประชุมกรรมการบริษัทนั้น ท่านไม่จำเป็นต้องประชุมที่บริติช เวอร์จิน ก็ได้ ท่านพอใจจะประชุมหรือไม่ประชุม หรือไม่ทำห่าอะไรก็ถูกกฏหมายว่างั้นเหอะ! ท่านทำได้ทั้งนั้น ถูกต้องตามกฎหมายของหมู่เกาะบ้าที่ว่านี่ทั้งหมด

การประชุมก็ไม่จำเป็นต้องเห็นหน้าค่าตากัน ไม่จำเป็นต้องมีลายเซ็นที่ลากปากกาให้เห็นกันต่อหน้าต่อตาก็ได้ บางคนขี้เกียจเดินทางไปประชุม เพียงแต่ยกหูโทรศัพท์แล้วพ่นเสียงใส่ลงไปในกระบอกฮัลโหล ก็ยังถูกกฎหมาย หรือท่านจะประชุมกันทางอินเตอร์เน็ตก็ยังถือว่าถูกต้องตามกฎหมายอีก การออกเสียงลงคะแนนของผู้ถือหุ้น ท่านจะออกเสียงเอง หรือท่านจะทำการผ่านผู้รับมอบอำนาจก็ได้ไม่มีปัญหา

ท่านไม่มีเวลาประชุมใหญ่สามัญประจำปี ก็ไม่เป็นไร ไม่ต้องประชุม ก็ยังถูกต้องตามกฎหมาย อยากทำอะไร หรือไม่อยากจะทำอะไร ย่อมได้ทั้งนั้นในการตั้งบริษัทที่ BVI คนที่ชอบเลี่ยงโน่นเลี่ยงนี่ ก็จึงชอบใช้เกาะนี้เป็นแหล่งเพาะตัว.

vgcarib

ระบบกฎหมายและภาษีอากร
เนื่องจากเป็นเขตปกครองตนเองในอาณัติของอังกฤษ ระบบกฎหมายของบริทิช เวอร์จิน ไอร์แลนด์ จึงเป็นระบบกฎหมายแบบคอมมอนลอว์ ผู้อุทธรณ์สามารถฎีกา Privy Council ของอังกฤษได้ สำหรับรายได้หลักของรัฐบาลได้แก่ ภาษีเงินได้ อากรขาเข้า ภาษีสรรพสามิต ค่าธรรมเนียมการอนุญาตต่างๆ และค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับบริษัท แต่ไม่มีการจัดเก็บภาษีมรดกและภาษีกำไรจากการขาย (Capital Gain Tax) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดนักลงทุนต่างประเทศให้เข้าไปจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทที่นั่นเป็นจำนวนมาก และนอกจากจะไม่มีการจัดเก็บภ๊ากำไรจากการขาย (Capital Gain Tax) แล้ว การจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทของชาวต่างชาติที่บริทิช เวอร์จิน ไอร์แลนด์ ยังทำได้ง่ายมากและรวดเร็วกว่าที่อื่นใดในโลก รวมทั้งยังเอื้อประโยชน์ต่อการทำธุรกิจเป้นอย่างมากอีกด้วย อันทำให้รับบาลบริทิช เวอร์จิน ไอร์แลนด์ มีรายได้เป็นกอบเป็นกำจาก “ธุรกิจ” ดังกล่าวด้วย

กฎหมายจัดตั้งบริษัทของชาวต่างชาติ
เดิมทีเดียวบริทิช เวอร์จิน ไอร์แลนด์ เป็นเมืองประมงและท่องเที่ยวขนาดเล้กและประชาชนมีรายได้หลักจากการประมงและท่องเที่ยว รายได้จากภีอากรที่รับบาลนำมาพัฒนาประเทศจึงมีไม่มากนัก แต่เมื่อมีการตรากฎหมายว่าด้วยการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทของชาวต่างชาติ (International Business Companies Ordinance (IBC) ขึ้นมนปี ค.ศ. 1984 (พ.ศ. 2527) หมู่เกาะเล็กๆที่สวยงามแห่งนี้จึงกลายเป็นสวรรค์ของนักธุรกิจ เพราะทำให้การจัดตั้งและการประกอบการของบริษัทอันเป็นเรื่องลำบากยากเย็นตามกฎหมายของหลายประเทศ กลายเป็นเรื่องง่ายๆ ในพริบตา โดยหากคำนวณความสำเร็จของกฎหมายนี้จากมิติ “จำนวนของบริษัทต่างชาติ” ที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายนี้ อาจกล่าได้ว่าไม่มีกฎหมายบริษัทของประเทสใดในโลกที่ประสบความสำเร็จมากดท่านี้ เพราะนับตั้งแต่ตรากฎหมายนี้ขึ้นในปี พ.ศ. 2527 จนถึงปี พ.ศ. 2546 (19 ปี) ปรากฏว่ามีชาวต่างชาติไปจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทที่บริทิช เวอร์จิน ไอร์แลนด์ แล้วมากกว่า 600,000 บริษัท เฉลี่ยปีละประมาณ 31,578 บริษัทต่อปี หรือประมาณวันละ 87 บริษัททีเดียว!!!

สาระสำคัญของการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท
การจัดตั้งบริษัทโดยชาวต่างชาติที่บริทิช เวอร์จิน ไอร์แลนด์ ตามกฎหทมาย IBC นั้น มีสารสำคัญดังนี้
• ต้องมีผู้ก่อตั้ง ผู้ถือหุ้น และกรรมการผู้จัดการ อย่างน้อย 1 คน แต่อาจเป็นคนๆเดียวกันก็ได้
• ไม่จำเป็นต้องมีพนักงาน
• ผู้ถือหุ้น กรรมการผู้จัดการ และพนักงานนั้นจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ได้ และจะมีสัญชาติใดๆก็ได้
• การประชุมผุ้ถือหุ้น หรือการประชุมกรรมการบริษัทจะทำที่ใดๆในโลกก็ได้ ไม่ต้องทำที่บริทิช เวอร์จิน ไอร์แลนด์ และจะทำโดยการประชุมทางโทรศัพท์หรือทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นใดก็ได้ และการออกเสียงลงคะแนนของผู้ถือหุ้นหรือกรรมการบริษัทจะทำผ่านผู้รับมอบอำนาจ (Proxy) ก็ได้
• ไม่จำเป็นต้องมีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี
• ไม่กำหนดทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ แต่ต้องแตกเป็นหุ้น ดดยจะแตกเป็นหุ้นเดียวหรือหลายหุ้นก็ได้
• หุ้นที่แตกออกมาจะกำหนดมูลค่าที่ตราไว้ (Par value) หรือไม่ก็ได้ และจะกำหนดมูลค่าหุ้นเป้นเงินตราสกุลใดก็ได้ และกี่สกุลเงินก็ได้ (ถ้าไม่กำหนดมูลค่าที่ตราไว้เลยจะเสียค่าธรรมเนียนจดทะเบียนเพียง 50USD (ประมาณ 2,000 บาท)
• การขายหุ้นต้องขายอย่างน้อยหนึ่งหุ้นและทุนจดทะเบียนชำระแล้วต้องเป็นกาชำระค่าหุ้นอย่างน้อยหนึ่งหุ้น
• การชำระมูลค่าหุ้นไม่จำต้องชำระเป็นเงินสด แต่อาจชำระเป็นค่าตอบแทน (Consideration) อื่นใดก็ได้
• การออกหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้น (Bearer form) สามารถทำได้ และการโอนหุ้นสามารถทำได้โดยวิธีการส่งมอบใบหุ้น
• หากรับบาลต่างประเทศขอให้อายัดหุ้นหรือผลประโยชน์อื่นใดของบริษัทที่จัดตั้งตามกฎหมายนี้เพราะเหตุการดอนเป็นของรัฐ การเวนคืน การบังคับชำระหนี้ค่าภาษีอากรค้างชำระ บริษัทหรือผู้ถือหุ้นของบริษัทดังกล่าวสามารถร้องขอต่อศาลบริทิช เวอร์จิน ไอร์แลนด์ เพื่อมีคำสั่งถอนการอายัดและให้ถือว่าผู้ถือหุ้นยังคงเป็นผู้ถือหุ้นที่ชอบด้วยกฎหมายต่อไปได้
• บริษัทสามารถซื้อหรือไถ่ถอนหุ้นคืนจากผู้ถือหุ้นและถือไว้เองในฐานะหุ้นซื้อคืน (Treasury share) ก็ได้
• บรรดาบัญชีและเอกสารต่างๆนั้น ให้เก็บไว้เพียงเท่าที่กรรมการผู้จัดการเห็นว่าจำเป็นต้องเก็บเท่านั้น และจะเก็บไว้ที่ใดในโลกก็ได้
• บริษัทไม่ต้องแสดงงบการเงินและบัญชี และไม่จำต้องส่งให้ผู้สอบบัญชีตรวจสอบ
• สำนักทะเบียนบริษัทจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงตัวผู้ถือหุ้นและกรรมการผู้จัดการเมื่อได้รับการร้องของจากบริษัท
• บริษัทต้องส่งหนังสือบริคณฑ์สนธิ หนังสือจดทะเบียนก่อตั้งบริษัท ข้อบังคับบริษัท และเอกสารการมอบอำนาจให้แก่ผู้รับมอบอำนาจ เพื่อเก็บไว้ที่สำนักทะเบียนบริษัท แต่เอกสารเหล่านี้ไม้ต้องระบุรายละเอียดของกรรมการผู้จัดการและผู้ถือหุ้น และบริษัทไม่ถูกบังคับให้ต้องแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับบริษัทไว้ในหัวกระดาษ
• การแก้ไขหนังสือบริคณฑ์สนธิทำได้ง่าย โดยมติที่ประชุมคณะกรรมการซึ่งต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งและต้องเรียกประชุมล่วงหน้า 3 วัน
• การจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทสามารถทำได้ภายใน 24 ชั่วโมง
• ท้ายชื่ของบริษัทต้องลงท้ายด้วยคำว่า Corporation, Incorporation, Limited, Societe Anonyme หรือ Sociedad (หรือตัวย่อ Corp.,Inc.,Ltd.,S.A.)

สิทธิประโยชน์ทางภาษี
บริษัทของชาวต่างชาติที่ตั้งขึ้นตามกฎหมาย International Business Companies Ordinance นี้ได้รับยกเว้นภาษีต่างๆของบริทิช เวอร์จิน ไอร์แลนด์ และได้รับยกเว้นค่าอากรสำหรับการทำธุรกรรมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับหุ้น หรือการประกันการชำระหนี้ของบริษัทและในส้วนที่เกี่ยวกับอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการประกอบกิจการของบริษัท อนึ่ง แม้บริทิช เวอร์จิน ไอร์แลนด์ได้รับประโยชน์จากอนุสัญญาภาษีซ้อนที่อังกฤษทำกับญี่ปุ่นและสวิสเซอร์แลนด์ โดยผลของ Coat-tail provisions ของอนุสัญญาดังกล่าว แต่จริงๆแล้ว บริษัทของชาวต่างชาติที่ตั้งขึ้นตามกฎหมาย IBC ไม่ได้รับประโยชน์จากอนุสัญญาภาษีซ้อนดังกล่าวเลย เนื่องจากบริษัทของชาวต่างชาตินั้นได้รับยกเว้นภาษีต่างๆของบริทิช เวอร์จิน ไอร์แลนด์ไปหมดแล้ว

ข้อจำกัดการประกอบการ
กฎหมาย International Business Companies Ordinance นั้นเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ประกอบกิจการชาวต่างชาติอย่างแท้จริงเพราะตั้งง่าย ได้ประโยชน์ทางภาษี แต่มิใช่ว่าจะตั้งขึ้นเพื่อประกอบกิจการใดๆก้ได้ กฎหมายที่ว่านี้ห้ามมิให้บริษัทของชาวต่างชาติที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายดังกล่าวประกอบกิจการเกี่ยวกับการเงิน เช่น ธนาคาร สถาบันการเงิน ฯลฯ และการประกันภัย และมีข้อสังเกตว่างบริทิช เวอร์จิน ไอร์แลนด์ กลับห้ามมิให้บริษัทของชาวต่างชาติที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายดังกล่าวประกอบกิจการและถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินในบริทิช เวอร์จิน ไอร์แลนด์ เว้นแต่
• การฝากเงินไว้กับธนาคารในบริทิช เวอร์จิน ไอร์แลนด์
• การเก็บรักษาเอกสารเกี่ยวกับบริษัทในบริทิช เวอร์จิน ไอร์แลนด์
• การประชุมกรรมการหรือผู้ถือหุ้นในบริทิช เวอร์จิน ไอร์แลนด์
• เช่าสถานที่เพื่อใช้เป็น Office ในในบริทิช เวอร์จิน ไอร์แลนด์
• ถือกรรมสิทธิ์ในเรือที่จดทะเบียนในในบริทิช เวอร์จิน ไอร์แลนด์
• ถือหุ้นในบริษัทอื่นที่ตั้งขึ้นตามกฎหมาย IBC

เว็บไซต์ Vice รายงานข่าวการรั่วไหลของเอกสารด้านการเงินครั้งยิ่งใหญ่ ที่ถูกเรียกกว่า “ปานามา เปเปอร์” (Panama Papers) ซึ่งเป็นข้อมูลจากบริษัทที่ปรึกษาด้านกฎหมาย Mossack Fonseca ในประเทศปานามา ที่มีจำนวนข้อมูลรวมกว่า 11.5 ล้านฉบับ ย้อนหลังตั้งแต่ปี 2520 มาจนถึงปลายปี 2558 ที่ชี้ให้เห็นการจัดตั้งบริษัทในต่างประเทศของเหล่าผู้นำประเทศและนักการเมืองกว่า 140 รายจากกว่า 50 ประเทศ รวมคนดังระดับโลก ตลอดจนพวกกลุ่มอาชญากรและแก๊งมาเฟีย เพื่อการฟอกเงิน ปกปิดความร่ำรวย หลบเลี่ยงภาษี ตลอดจนเลี่ยงการถูกคว่ำบาตรหรือทำรัฐประหาร โดยข้อมูลดังกล่าวถูกเปิดโปงออกมาโดยหนังสือพิมพ์เยอรมนี Suddeutsche Zeitung ร่วมกับสมาคมผู้สื่อข่าวสืบสวนนานาชาติ หรือ ICIJ

วิธีการนั้นคือการจัดตั้งบริษัทขึ้นในต่างประเทศ ในรูปแบบที่เรียกว่า shell company หรือบริษัทที่มีแต่เปลือก ซึ่งตัววิธีการจัดตั้งบริษัทลักษณะนี้ไม่นับว่าขัดต่อกฎหมาย แต่ทั้งนี้มันก็แสดงให้เห็นถึงความไม่ชัดเจนโปร่งใสในที่มาของเงิน เมื่อมันถูกใช้บังหน้าในการทำธุรกรรมกับเงินจำนวนมหาศาลโดยไม่ให้รู้ตัวตนของผู้ทำธุรกรรม ตามข้อมูลจากเอกสารลับปานามา พบว่ามีบริษัทจัดตั้งต่างประเทศถึง 214,488 บริษัท และมีความเกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพลจาก 200 ประเทศและอาณานิคมทั่วโลก ซึ่งทาง ICIJ ระบุว่า จะเผยรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้

รายชื่อนักธุรกิจ นักการเมืองไทยตั้งบริษัทลับบนเกาะบริติชเวอร์จิ้น

The Secret List of Off-Shore-Companies, Persons and Adresses, Part 162, THAILAND

http://offshoreleaks.icij.org/search?country=TH&q&ppl=on&ent=on&adr=on